“พระนิพนธ์” ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากพระองค์จะทรงประกอบพระกรณียกิจอันน้อยใหญ่นานัปการ ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิกรชาวไทย เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังรับหน้าที่สานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยแล้ว พระกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพระองค์ ที่ถือได้ว่าสร้างคุณูปการแด่อนุชนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้ และเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภายภาคหน้าต่อไปได้ ก็คือ “พระนิพนธ์” ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้ทรงนิพนธ์ในวาระต่าง ๆ

พระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส  ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยเท่านั้น   แต่เป็นที่รับทราบของชาวต่างประเทศด้วย  จนเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส ทรงได้รับเหรียญเป็นลำดับที่ 4 ซึ่ง 3 ดับแรกเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งสิ้น ส่วนผลงานที่พระองค์ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้น ล้วนนิพนธ์ขึ้นมาในโอกาสต่างๆกันไป

พระปรีชาสามารถในการทรงนิพนธ์วรรณกรรม เห็นได้จากพระนิพนธ์ที่มีมากถึง 25 เรื่อง แบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ

พระนิพนธ์เกี่ยวกับราชวงศ์ เช่น แม่เล่าให้ฟัง พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5

พระนิพนธ์แปล เช่น นิทานสำหรับเด็ก ราชาภิเษกพระเจ้ากรุงสเปน

พระนิพนธ์สารคดีท่องเที่ยว เช่น 1 โหลในเมืองจีน จีนอีสานและเสฉวน : จากแดนแมนจูสู่ภูง่อไบ๊ ภูฏาน : เกาะเขียวบนแผ่นดิน เป็นต้น

พระนิพนธ์บทความเชิงวิชาการ พระนิพนธ์เป็นภาษาฝรั่งเศส คือ เรื่อง Du bon et du mauvais usage

พระนิพนธ์สารคดีท่องเที่ยว

ทั้งนี้จากการที่พระองค์ได้เสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา อาฟริกา เอเชีย และ ตะวันออกกลาง โดยการเสด็จเยือนแต่ละครั้ง นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสัมพันธไมตรี กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องราวที่ได้พบเห็น บางครั้งก็ได้ให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูล และรวบรวม จัดทำเป็นหนังสือสารคดี ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งยวดในวงวิชาการด้านต่าง ๆ อาทิ

  1. 1 โหลในเมืองจีน
  2. ยูนาน Yunnan
  3. สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง
  4. จากโคริโอสู่โคเรีย
  5. 8 วันในสาธารณารัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

ภาค 1 แผนที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

-บทนำ[กัลยาณิวัฒนา]

-มณฑลยูนนาน

-สถานที่ที่ไปเยือน

-รายชื่อคณะไทยและคณะจีน

-ของขวัญที่ได้รับ

-สิบสองปันนา

-เต้อหง

-ต้าหลี่

-คุนหมิง

-การสัมภาษณ์ของสื่อมวลชลจีน

-คนไทยมาจากไหน

-อาณาจักรน่านเจ้าเคยเป็นของคนไทยหรือไม่

-ได้อะไรบ้างจากการไปยูนนานครั้งนี้

 

ภาค 2 สุนทรพจน์ภาษาไตลื้อ[เทิม มีเต็ม]

-บทเพลงต้อนรับภาษาไตลื้อ[เจีย แยนจอง]

-สุนทรพจน์ภาษาไตเหนือ[บรรจบ พันธุเมธา]

-สรุปการสนทนาวิชาการ[วงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์]

-คำสรรพนามทวิพจน์ในภาษาไทลื้อ[นววรรณ พันธุเมธา]

-อักษรเก่า-อักษรใหม่กับการเปลี่ยนแปลงเสียงในภาษาไทลื้อ[นววรรณ พันธุเมธา]

-อักษรสูงนำอักษรต่ำ[นววรรณ พันธุเมธา]

-ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำยืมบาลีในภาษาไทลื้อ[นววรรณ พันธุเมธา]

-เล่าเรื่องลังกาสิบโห[นววรรณ พันธุเมธา]

-ภาษาไตเหนือ[บรรจบ พันธุเมธา]

-ตำนานเมืองเมา[บรรจบ พันธุเมธา]

-พุทธศาสนาในยูนนาน[เทิม มีเต็ม]

-The Nanzhao Dehua Stone Slab[Hans Penth]

-City Walls[Hans Penth]

-Thai Scripts [Hans Penth]

ภาคที่ 1 แผนที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

-รายชื่อคณะไทยและคณะจีน

-กำหนดการฯ

-ปักกิ่ง (1)

-ลั่วหยาง

-ปักกิ่ง (2)

-ฉงชิ่ง

-อู่ฮั่น

-หนานจิง

-ไท่ซาน และชิวฝู

-ปักกิ่ง (3)

-ปักกิ่ง (3/1)

-เฉิงเต๋อ

-ปักกิ่ง (4)

 

ภาคที่ 2 สุนทรพจน์

-ประทานสัมภาษณ์วิทยุปักกิ่ง

-ของขวัญที่ได้รับ

 

ภาคที่ 3 บทความพิเศษ :

-ระบบการศึกษาของสาธารณรัฐประชาชนจีน[มังกร ทองสุขดี]

-ความประทับใจจากวัดและพุทธสถานบางแห่งของจีน [จรูญ มิลินทร์]

-สามก๊ก[จรูญ มิลินทร์][ลำพอง บุญช่วย]

-เก็บตกจากอาหารจีน[เรวดี วงศ์พรหมเมฆ]

ผลงานนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว อย่างเรื่อง “ที่ไซบีเรียหนาวไหม IS IT COLD IN SIBERIA” เป็นผลงานที่พระองค์ได้นิพนธ์ขึ้นหลังจากที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ระหว่างวันที่ 11 – 18  กรกฏาคม พ.ศ.2532 ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เรื่องประเทศรัสเซียโดยสังเขป ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพปัจจุบัน ความเป็นอยู่ และมีเรื่องราวการเยือนสถานที่ต่างๆ แต่ละวัน โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท บทที่ 1 มอสโก บทที่ 2 โนโวซีเบียร์สค์ และบทที่ 3 เอียร์คุทส์ค์ ทุกบทเขียนภายในโครงสร้างกรอบเดียวกัน คำบรรยายประกอบภาพเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานเล่มนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2533

พระปรีชาสามารถอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักเขียน ก็คือการทำหน้าที่เป็นนักแปลผลงานวรรณกรรม ในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 9 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดานักสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ไปใช้ชีวิตและเติบโตในต่างแดน ในการที่จะใช้ความเพียรพยายามใช้ภาษาไทยอย่างมุ่งมั่น โดยระหว่างที่ประทับ ณ วังสระปทุม ในปี พ.ศ.2475 พระองค์ทรงแปลนิทานสำหรับเด็กจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “นิทานสำหรับเด็ก” พิมพ์แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475

วธ.เผยแพร่พระนิพนธ์แปล”พระพี่นางฯ””ราชาภิเษกพระเจ้ากรุงสเปน” จากพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่6

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า หนังสือพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้สะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์เป็นที่ประจักษ์ชัด โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศสที่ทรงให้ความสนพระทัยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และทรงเป็นพระอาจารย์สอนวรรณคดีฝรั่งเศสในสถาบันอุดมศึกษาของไทยด้วย โดยงานพระนิพนธ์แปลเรื่อง LE COURONNEMENT ESPAGNOL-THE SPANISH CORO NATION ชื่อภาษาไทยว่า “ราชาภิเษกพระเจ้ากรุงสเปน” เป็นพระนิพนธ์อีกเล่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้เรียนภาษาฝรั่งเศส ซึ่งพระนิพนธ์แปลดังกล่าวทรงแปลมาจาก The Spanish Coronation ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์พระราชหัตถเลขาภาษาอังกฤษไว้ตั้งแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร เมื่อ 106 ปีที่แล้ว ทรงบันทึกไว้ในรูปของพระราชหัตถเลขารวม 8 ฉบับ ครั้งที่เสด็จฯกรุงมาดริด เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2445 เพื่อเข้าร่วมในงานพระราชพิธีราชาภิเษกพระเจ้าอัลฟองที่สิบสามแห่งสเปน โดยทรงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ในด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การแต่งกาย ศิลปวัฒนธรรมของคนสเปน

ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า ต่อมารัชกาลที่ 6 ได้ทรงใช้พระราชนิพนธ์นี้สอนภาษาอังกฤษให้แก่นายจ่ายวด (ปาณี ไกรฤกษ์) ผู้เป็นพี่ชายของท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล และท่านผู้หญิงได้เก็บรักษาไว้จนกระทั่งมีหอวชิราวุธนุสรณ์เกิดขึ้น จึงได้นำมามอบให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล แปลความเป็นภาษาไทย และต่อมาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสเป็นตอนๆ ในวารสารสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ.2521-2527 จนเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นในปี พ.ศ.2531 พระองค์มีพระประสงค์จัดพิมพ์หนังสือนี้เป็น 3 ภาษาในเล่มเดียวกัน ซึ่งเป็นการจัดพิมพ์ครั้งแรก วัตถุประสงค์เพื่อแจกจ่ายไปยังบุคคลและห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่นักเรียน นักศึกษาสนใจเรียนวรรณคดีฝรั่งเศส ได้ศึกษาภาษาฝรั่งเศสเพิ่มเติมจากพระนิพนธ์ของพระองค์ท่าน ซึ่งได้รับความสนใจกระทั่งพระนิพนธ์ดังกล่าวหมดลง แต่ยังมีผู้สนใจต้องการอยู่ พระองค์จึงมีพระกรุณาโปรดเกล้าประทานพระอนุญาตให้กรมศิลปากรจัดพิมพ์ขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ช่วงต้นปี 2550 ในโอกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชันษา 84 ปี โดยรวม 3 ภาษาต้นฉบับเดิมทั้งหมด คือลายพระราชหัตถเลขาภาษาอังกฤษในรัชกาลที่ 6 พระนิพนธ์แปลภาษาฝรั่งเศส และภาษาไทยของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

“หนังสือพระนิพนธ์แปลเล่มนี้ นับว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ 2 ประเทศ ระหว่างไทยกับสเปน และมีคุณค่าทางอักษรศาสตร์ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ซึ่งทาง วธ.จะมอบให้กับห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่างๆ ไว้เพื่อการค้นคว้าภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้ ที่หอสมุดแห่งชาติทั่วประเทศยังได้จัดมุมแสดงหนังสือพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทั้งหมดจำนวน 25 เล่ม อาทิ เรื่องแม่เล่าให้ฟัง เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ และพระนิพนธ์แปลราชาภิเษกพระเจ้ากรุงสเปน เป็นต้น” นายวีระกล่าว

ด้าน น.ส.เสาวนิตย์ ยโสธร หัวหน้ากลุ่มโสตทัศนวัสดุและกิจกรรมห้องสมุด กรมศิลปากร กล่าวว่า หนังสือพระราชนิพนธ์ต้นฉบับพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 6 นั้น พระองค์ทรงใช้สำนวนภาษาไพเราะ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯได้ทรงแปลจากต้นฉบับ ทำให้นักภาษาศาสตร์อ่านภาษาฝรั่งเศสแล้วเหมือนอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นพระอัจฉริยภาพทางอักษรศาสตร์ของพระองค์ท่าน

ในขณะเดียวกันพระองค์ยังทรงเป็น บรรณาธิการนิตยสาร “รื่นรมย์” ซึ่งคิดทำขึ้นเอง เริ่มจากซื้อสมุดธรรมดาด้วยราคาราว 10 สตางค์ เขียนด้วยลายมือสมาชิกกองบรรณาธิการประกอบด้วยข้าราชบริพารรุ่นเยาว์วัยเดียวกันช่วยกันเขียน แต่ปรากฏว่าออกวางตลาดได้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น นิตยสารเล่มนี้ก็มีเหตุต้องปิดตัวลงไปเพราะ “เหนื่อยเสียเหลือเกิน”

ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา

หนังสือวันเด็กแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2551 ได้มุ่งเน้นเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยใช้ชื่อว่า ชื่นเกล้า ซึ่งได้อัญเชิญพระสาทิสลักษณ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พระสิริโฉมพริ้มเพราในวัยเยาว์ เป็นภาพปก พร้อมเนื้อหาสารคดีเทิดพระเกียรติภายในเล่ม ที่ได้นำเสนอพระจริยวัตร พระอัจฉริยภาพ และพระกรุณาธิคุณ ที่ประทานความช่วยเหลือปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด อาทิ ด้านการศึกษา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข ด้านปรัชญาและศาสนา วรรณกรรม ศิลปวัฒนธรรม โบราณคดี และประวัติศาสตร์

พระกรุณาธิคุณด้านการศึกษา โดยทรงงานเป็นอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษด้านภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศส ในสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง รวมทั้งทรงร่วมกิจกรรมทางวิชาการต่างๆ อาทิ ทรงเป็นกรรมการสอบชิงทุน ก.พ.ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทรงเป็นประธานออกข้อสอบภาษาฝรั่งเศสเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐ ทรงก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ทรงสนับสนุนการศึกษาระดับต้นๆ ให้พัฒนาก้าวหน้า โดยประทานพระอนุเคราะห์แก่มูลนิธิสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งโครงการการสอนการอ่านแก่เด็กเล็ก ทรงส่งเสริมอนุเคราะห์โครงการจัดส่งผู้แทนเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิควิชาการระหว่างประเทศ โดยประทานทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินจากกองทุนการกุศลสมเด็จย่า จัดตั้งเป็น กองทุนสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาเพื่อโครงการโอลิมปิควิชาการ เป็นต้น

พระกรุณาธิคุณด้านสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงสนพระทัยและทรงห่วงใยสุขภาพอนามัย รวมทั้งสวัสดิภาพของพสกนิกรทุกเพศทุกวัย ทรงสืบสานพระราชเจตนารมณ์และพระกรณียกิจแห่งสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี โดยทรงเป็นหลักในการบริหารงานมูลนิธิและองค์กรการกุศลที่ดำเนินงานเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทยมากกว่า 30 องค์กร อาทิ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มูลนิธิโรคไต มูลนิธิโรคหัวใจ มูลนิธิขาเทียม มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม เป็นต้น

พระกรุณาธิคุณด้านปรัชญาและศาสนา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงตระหนักในความสำคัญอย่างยิ่ง ทรงอ่านหนังสือปรัชญาและศาสนาหลายเล่มที่เป็นภาษาฝรั่งเศส และได้ทรงขีดเส้นใต้ข้อความที่สนพระทัยไว้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯได้ทรงนำข้อความเหล่านี้มาแปลอย่างเข้าพระทัยถึงความคิดอันลึกซึ้งของนักปราชญ์เหล่านั้น อาทิ จงเป็นคนดีหรือเอาเยี่ยงอย่างเขา เพื่อจะได้เป็นคนดีไปด้วย (เดโมคริต : Democrite), เราจำต้องพยายามอย่างมากที่จะประกอบคุณงามความดี มิใช่แต่เพียงพูดอย่างเดียว (เดโมคริต : Democrite), เราจงพยายามคิดชอบ นั่นคือหลักแห่งจริยธรรม (ปาสคัล : Pascal), แต่ละคนฝึกสมอง น้อยคนที่ฝึกจิตใจ (มองเตสกิเยอ : Montesquieu) ฯลฯ

จากพระนิพนธ์แปล แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นอกเหนือจากพระปรีชาสามารถด้านภาษาในการแปลแล้ว ยังทรงเข้าถึงปรัชญา ศาสนา ความเข้าใจโลก และแก่นของชีวิตในลักษณะสากลอย่างแท้จริง สอดคล้องกับแนวพระดำริและพระจริยวัตรที่ทรงอุทิศเพื่อประชาชนชาวไทยทั้งมวล

พระกรุณาธิคุณด้านวรรณกรรม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงสนพระทัยการอ่านและการเขียนหนังสือเป็นอย่างมาก จากการที่สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ได้ทรงริเริ่มออกวารสาร รื่นรมย์ โดยทรงเป็นบรรณาธิการ และทรงนิพนธ์บทความลงในวารสารนี้ เมื่อพระชันษาเพียง 9 ปี ทั้งยังชักชวนให้พระสหายในวังสระปทุมเขียนเรื่องไปลงด้วย นอกจากนี้ ทรงแปลและเรียบเรียงเรื่อง นิทานสำหรับเด็ก จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งต่อมาได้จัดพิมพ์แจกในงานวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475

พระนิพนธ์ทุกเรื่องล้วนทรงคุณค่าแก่ผู้อ่าน ทั้งในด้านสาระความรู้ศาสตร์แขนงต่างๆ ความเพลิดเพลิน และข้อคิดที่นำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

 

 

จีนอีสานและเสฉวน : จากแดนแมนจูสู่ภูง้อไบ๊

ชื่อของพระนิพนธ์เล่มนี้ “ฉีก” แนวออกไปอย่างน่าสนใจ เพราะได้ใช้ภาษาจีนแทนภาษาอังกฤษ ตัวอักษรจีที่ใช้เป็นอักษรจีนกลาง การเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่าง ทั้งการพิมพ์ การพิสูจน์อักษร การออกเสียงคำจีนเป็นภาษาไทย แม้การสะกดภาษาไทย แต่ในที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาได้

พระนิพนธ์เริ่มด้วยคำนำ ต่อด้วยแผนที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเขียนเป็นภาษาไทยและภาษาจีนควบคู่กัน, กำหนดการ, รายชื่อคนไทย, คณะข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งและคณะข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ที่ตามเสด็จ ฯ รายชื่อคณะจีน

ผู้อ่านจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินและเห็นภาพสถานที่ต่าง ๆ อย่างชัดเจนด้วย ฝีมือชั้นเยี่ยมของนักถ่ายภาพหลายคนในขบวนตามเสด็จฯ ทั้งยังจะได้เห็นฝีมือวาดภาพลายเส้นระบายสีน้ำ ของ “พิสิฎร์พล” ด้วย เป็นภาพเขียน “ไม่ธรรมดา”

 

  ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากพระองค์จะทรงประกอบพระกรณียกิจอันน้อยใหญ่นานัปการ ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิกรชาวไทย เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังรับหน้าที่สานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยแล้ว

พระกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพระองค์ ที่ถือได้ว่าสร้างคุณูปการแด่อนุชนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้ และเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภายภาคหน้าต่อไปได้ ก็คือ “พระนิพนธ์” ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้ทรงนิพนธ์ในวาระต่างๆ

พระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส  ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยเท่านั้น   แต่เป็นที่รับทราบของชาวต่างประเทศด้วย  จนเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส ทรงได้รับเหรียญเป็นลำดับที่ 4 ซึ่ง 3 ดับแรกเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งสิ้น

ส่วนผลงานที่พระองค์ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้น ล้วนนิพนธ์ขึ้นมาในโอกาสต่างๆกันไป อาทิ พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เท่าที่ได้รวบรวมไว้ ขณะนี้มีทั้งหมด 11 เรื่อง ดังนี้ จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ พระนามราชโอรส ธิดา และพระราชนัดดา , แม่เล่าให้ฟัง , พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 , เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers , เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์ , ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games , เจ้าฟ้าทหารเรือ พ.ศ. 2454ถึง พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ.1936 ) ,ตราแผ่นดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามย่อ ,สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ Prince Mahidol and Art , จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ Popular chronicle From The Press, The Demise of the Princess Mother และ ส่งเสด็จสมเด็จย่า ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ์ โดยแต่ละเรื่องที่พระองค์นิพนธ์ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างวาระกัน แต่แฝงไว้ด้วยความหมายอย่างลึกซึ้งหาที่เปรียบมิได้ เช่น เรื่อง “จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคต จาก หนังสือพิมพ์” พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2539 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพความประทับใจในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ได้ลงข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระประวัติอย่างละเอียด แล้วทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจ และประสงค์ที่จะเก็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก และทำเป็นรูปเล่ม โดยหนังสือพิมพ์ที่ใช้มี 5 ฉบับ 3 ฉบับเป็นภาษาไทย อีก 2 ฉบับเป็นภาษาอังกฤษแต่ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์ไว้อีกหลายเรื่อง ไม่เรื่อง “แม่เล่าให้ฟัง” เป็นเรื่องราวที่พระองค์ได้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนีในการดูแลอบรมพระโอรสและพระธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ อันเป็นที่มาแห่งการดำเนินชีวิตที่น่าเทิดทูนยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ทั้งนี้จากการที่พระองค์ได้เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา อาฟริกา เอเชีย และ ตะวันออกกลาง โดยการเสด็จเยือนแต่ละครั้ง นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสัมพันธไมตรี กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องราวที่ได้พบเห็น บางครั้งก็ได้ให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูล และรวบรวม จัดทำเป็นหนังสือสารคดี ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งยวดในวงวิชาการด้านต่างๆ อาทิ 1 โหลในเมืองจีน , ยูนาน Yunnan, สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง ,จากโคริโอสู่โคเรีย , และ 8 วันในสาธารณารัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เป็นต้น
พระนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว

ผลงานนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว อย่างเรื่อง “ที่ไซบีเรียหนาวไหม IS IT COLD IN SIBERIA” เป็นผลงานที่พระองค์ได้นิพนธ์ขึ้นหลังจากที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ระหว่างวันที่ 11 – 18  กรกฏาคม พ.ศ.2532 ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เรื่องประเทศรัสเซียโดยสังเขป ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพปัจจุบัน ความเป็นอยู่ และมีเรื่องราวการเยือนสถานที่ต่างๆ แต่ละวัน โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท บทที่ 1 มอสโก บทที่ 2 โนโวซีเบียร์สค์ และบทที่ 3 เอียร์คุทส์ค์ ทุกบทเขียนภายในโครงสร้างกรอบเดียวกัน คำบรรยายประกอบภาพเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานเล่มนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2533

กำหนดเสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฐาน

รายชื่อคณะฯ

แผนที่ประเทศภูฐาน

ความเป็นมาของราชอาณาจักรภูฐาน

 

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2531

>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

>พาโรซอง

>บ้านชาวนา

 

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2531

>ดรุกยาล ซอง

>คิชู ลาคัง

>ดังชี ลาคัง

 

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2531

>ตาชิโชซอง

 

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2531

>นมัสการพระสังฆราชแห่งภูฐาน

>งานเลี้ยงที่วังเดเจนโชลิง

>เจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

>ชังกังคา ลาคัง

>สวนสัตว์

 

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2531

>วัดทังโก

 

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2531

>พูนาคา ชอง

 

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2531

>หอสมุดแห่งชาติ

>โรงเรียนประถมลุงเทนซัมปา

>โรงพยาบาลกลางทิมพู

 

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2531

>วัดทักซัง

 

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2531

>เดินทางกลับประเทศไทย

พระปรีชาสามารถอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักเขียน ก็คือการทำหน้าที่เป็นนักแปลผลงานวรรณกรรม ในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 9 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดานักสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ไปใช้ชีวิตและเติบโตในต่างแดน ในการที่จะใช้ความเพียรพยายามใช้ภาษาไทยอย่างมุ่งมั่น โดยระหว่างที่ประทับ ณ วังสระปทุม ในปี พ.ศ.2475 พระองค์ทรงแปลนิทานสำหรับเด็กจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “นิทานสำหรับเด็ก” พิมพ์แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475

ในขณะเดียวกันพระองค์ยังทรงเป็น บรรณาธิการนิตยสาร “รื่นรมย์” ซึ่งคิดทำขึ้นเอง เริ่มจากซื้อสมุดธรรมดาด้วยราคาราว 10 สตางค์ เขียนด้วยลายมือสมาชิกกองบรรณาธิการประกอบด้วยข้าราชบริพารรุ่นเยาว์วัยเดียวกันช่วยกันเขียน แต่ปรากฏว่าออกวางตลาดได้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น นิตยสารเล่มนี้ก็มีเหตุต้องปิดตัวลงไปเพราะ “เหนื่อยเสียเหลือเกิน”

ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา

 

พระนิพนธ์เกี่ยวกับราชวงศ์

พระนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว

 

หนังสือทรงแปล

ผลงานที่ทรงเป็นบรรณาธิการิณี

  • ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างเอก ทั้งด้านอักษรศาสตร์และประวัติศาสตร์ ทรงมีความรู้ภาษาต่างประเทศเป็นอย่างดีถึง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาคาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษารัสเซีย และภาษาละติน พระนิพนธ์ของพระองค์ที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไปทั้งภาษาไทยและภาษาต่าง ประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 25 เรื่อง ดังนี้
          
ด้านพระราชวงศ์ จำนวน 12 เรื่อง ได้แก่

1. จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์พระนามพระราชโอรสธิดา และพระราชนัดดา
2. แม่เล่าให้ฟัง
3. พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5
4. เวลาเป็นของเวลามีค่า
5. เจ้านายเล็ก ๆ – ยุวกษัตริย์
6. ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า  Postcard Games
7. เจ้าฟ้าทหารเรือ
8. ตราแผ่นดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนามและนามย่อ
9. สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ  Prince Mahidol and Art
10. จดหมายเหตุชาวบ้านข่าวสมเด็จย่าสวรรคต จากหนังสือพิมพ์  Popular Chronicle From The Press The Demise of the Princess Mother
11. ส่งเสด็จสมเด็จย่า ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ์
12. มหามกุฎราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรสธิดา พระราชนัดดา

ด้านพระนิพนธ์แปล จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่
1. นิทานสำหรับเด็ก
2. ราชาภิเษกพระเจ้ากรุงสเปน  Le Couronnement Espagnol The Spanish Coronation (ฉบับพิมพ์รวมเล่ม 3 ภาษา)

 ด้านสารคดีท่องเที่ยว จำนวน 10 เรื่อง ได้แก่
1. โหลในเมืองจีน
2. ยูนนาน
3. สายธารอารยธรรมจีน 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง
4. จากโคริโอสู่โคเรีย 8 วัน ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
5. ภูฐาน เกาะเขียวบนแผ่นดิน  Bhutan : Green Island On Land
6. ตุรกี ดินแดนจักรพรรดิโรมันและสุลต่านออตโตมัน  Turkey : Land Of The Roman Emperors And Ottoman Sultans
7. ที่ไซบีเรียหนาวไหม  Is it Cold in Siberia?
8. จีนตะวันออกขึ้นเขา ลงทะเลสาบ เข้าวัด  Eastern China : Mountains Lakes Temples
9. ซินเจียงและกานซู ภาพจากดินแดนสุดหล้าฟ้าเขียว Xinjiang And Gansu : Pictures From Far Away Places
10. จีนอีสานและเสฉวนจากแดนแมนจูสู่ภูง่อไบ๊

นอกจากนี้ ยังมีพระนิพนธ์ที่เป็นบทความเกี่ยวกับการใช้ภาษาฝรั่งเศสในคอลัมน์  Du bon etdu mauvais usage  ซึ่ง ลงพิมพ์เป็นตอน ๆ ในวารสารสมาคมครูภาษาฝรั่งเศส ระหว่างพุทธศักราช 2521 – 2527 รวม 22 ตอน และบทความอื่น ๆ ที่เป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาไทย รวมทั้งพระนิพนธ์คำนำในหนังสือต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก พระนิพนธ์เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านภาษาของสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  ได้เป็นอย่างดียิ่ง

ที่มา : จดหมายข่าวสำนักราชเลขาธิการ ปีที่ 22 ฉบับที่ 1 (ตุลาคม 2550 – มกราคม 2551) หน้า 88 – 92.